นิทานเรื่อง ความมั่งคั่งในแบบเลนด่วน

ภาพจาก pixabay.com
กษัตริย์ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ มีหลานชาย 2 คน คือ ชูมา และ อาชู พระองค์ได้มอบภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ให้แก่หลานทั้งสอง โดยการสร้างพีระมิดเพื่ออุทิศให้กับอียิปต์ ใครก็ตามที่สร้างเสร็จ พระองค์จะประทานรางวัลเป็นบัลลังก์ เกษียณอายุอย่างร่ำรวย และความหรูหราฟุ้งเฟ้อตลอดชีวิตให้ทันที โดยมีเงื่อนไขว่า หลานทั้งสองต้องสร้างพีระมิดโดยลำพัง

ชูมา และ อาชู มีอายุ 18 ปีทั้งคู่ พวกเขารู้ดีว่างานนี้มันสุดหิน ต้องใช้เวลานานหลายปี ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ฟาโรห์มีรับสั่ง พวกเขาพากันออกจากท้องพระโรงของฟาโรห์ และพร้อมลงมือสร้างพีระมิดทันที

อาชูเริ่มทำงานทันที เขาค่อยๆลากหินที่หนักหน่วงเพื่อทำฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่กี่เดือนต่อมา ฐานพีระมิดของเขาก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ผู้คนพากันมุงดูความมุมานะในการก่อสร้างและยกย่องเขา หินเหล่านี้หนักมากและยากจะเคลื่อนย้าย เวลาผ่านไป 1 ปี ฐานพีระมิดของอาชูก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์

แต่แล้วอาชูก็ต้องประหลาดใจ!? ผืนที่ดินของชูมากลับว่างเปล่า ไม่มีหินซักก้อน ไม่มีฐาน ไม่มีการขุด ไม่มีอะไรเลย มันว่างเปล่าเหมือนกับปีที่แล้ว ด้วยความงุนงงสงสัย อาชูจึงเดินทางไปเยี่ยมชูมาที่บ้านและพบเขาอยู่ที่โรงนา กำลังขะมักเขม้นทำเครื่องมือรูปร่างเกลียวชิ้นหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเครื่องทรมานมนุษย์

อาชูขัดจังหวะขึ้น "ชูมา นี่เจ้าทำอะไรอยู่นี่" แทนที่จะสร้างพีระมิดให้ฟาโรห์ เจ้ากลับมานั่งอยู่ในโรงนานั่งทำเครื่องมือรูปร่างเพี้ยนๆ อะไรอยูนี่หรือ

ชูมาอมยิ้มและตอบว่า "ข้าก็กำลังสร้างพีระมิดอยู่นี่ไง อย่ากวนใจข้าสิ" อาชูเย้ย "เจ้าแน่ใจงั้นรึ เจ้าไม่ได้วางหินซักก้อนใน 1 ปีที่ผ่านมา"

ชูมาไม่สะทกสะท้านกับคำครหาของพี่ชาย จึงสวนกลับไปว่า "อาชู ความเบาปัญญาและกระหายความมั่งคั่งได้บดบังวิสัยทัศน์ของเจ้าหมดแล้ว เจ้าสร้างพีระมิดของเจ้าไปเถอะ ข้าก็จะทำของข้า"

อาชูเดินจากไป พร้อมเสียงตะเพิดเสียงดัง "เจ้าโง่ ฟาโรห์จะแขวนคอเจ้าทันที ที่รู้ว่าเจ้าขัดพระบัญชา"
ภาพจาก pixabay.com
เวลาผ่านไปอีก 1 ปี อาชูได้สร้างฐานพีระมิดอันมั่นคงเป็นที่เรียบร้อย และกำลังจะทำชั้นที่ 2 แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น การก่อสร้างของอาชูต้องหยุดชะงักลง เขาไม่สามารถยกพวกก้อนหินที่หนักมากเหล่านี้ขึ้นไปบนชั้น 2 ได้ ด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย เขาต้องการพละกำลังมากกว่านี้เพื่อโยกย้ายหิน ดังนั้น เขาจึงไปปรึกษาเบนนู ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในอียิปต์ เบนนูคิดค่าจ้างในการฝึกอาชูให้มีกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรงขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น อาชูคาดหวังว่าเขาจะยกก้อนหินที่หนักๆได้ เมื่อต้องสร้างพีระมิดชั้นที่สูงขึ้นไป

อีก 1 ปีผ่านไป การสร้างพีระมิดของอาชูช้าลงอย่างน่าใจหาย หลายครั้งที่ใช้เวลาเป็นเดือนในการวางหินเพียง 1 ก้อน การยกหินขึ้นไปชั้นสูงขึ้นต้องใช้พละกำลังมหาศาล และอาชูหมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกกำลังกับเบนนู

นอกจากอาชูจะหมดเงินมากมายของเขาไปกับค่าที่ปรึกษาและอาหารชั้นเลิศเพื่อการฝึก อาชูประเมินความคืบหน้าในการก่อสร้าง และพบว่าพีระมิดของเขาจะเสร็จในอีก 30 ปี อาชูเยินยอตัวเอง "ผ่านไป 3 ปี ข้านำหน้าน้องชายไปมากนัก เขายังไม่แม้แต่จะเริ่มวางหินซักก้อน ช่างโง่จริง"

และเเล้ววันหนึ่ง ในขณะที่กำลังยกก้อนหินไปบนพีระมิดของเขา อาชูก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นมาจากในเมือง ชาวเมืองและบรรดาผู้คนที่คอยเฝ้าดูอาชูมาตลอด ต่างพากันเลิกสนใจเขาและไปตามเสียงทันที ด้วยความสงสัย อาชูจึงหยุดพักเพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ภาพจาก pixabay.com
ท่ามกลางเหล่าบรรดาผู้คน ชูมาดึงดูดความสนใจของพวกเขาในขณะที่กำลังควบคุมเครื่องจักรหน้าตาประหลาด 25 ฟุต เครื่องจักรคล้ายหอคอย ที่ทำจากรอก ชะแลง และเชือก เกาะเกี่ยวกันไปมา ระหว่างชูมาเคลื่อนไปบนถนนในหมู่บ้านอย่างช้าๆ ท่ามกลางผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์ และแล้ว ความสงสัยของอาชูก็กระจ่าง เมื่อมาถึงผืนที่ดินสำหรับสร้างพีระมิดของชูมา

ในไม่กี่อึดใจ เครื่องจักรหน้าตาประหลาดของชูมาก็เริ่มเคลื่อนย้ายบรรดาก้อนหินที่แสนจะหนัก และเริ่มเรียงฐานพีระมิด เจ้าเครื่องจักรยกก้อนหินได้อย่างง่ายดาย น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ชูมาเเทบไม่ต้องบังคับเครื่องจักรเลย เขาแค่หมุนล้อที่ติดอยู่กับเชือกและบังคับคันโยกที่พันล้อมด้วยเฟือง ทันใดนั้น เจ้าหินก้อนโตก็ถูกโยกย้ายอย่างรวดเร็ว
ภาพจาก pixabay.com
ในขณะที่ฐานพีระมิดของอาชูใช้เวลากว่าปีในการสร้าง ชูมาทำฐานพีระมิดเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ ส่วนชั้นสองที่อาชูต้องลำบากลำบนอยู่นานนั้น ยิ่งน่าตกใจกว่า เครื่องจักรของชูมาทำงานได้เร็วกว่าถึง 30 เท่า อาชูใช้เวลา 2 เดือน ในขณะที่เครื่องจักรของชูมาใช้เวลาแค่ 2 วัน ผ่านไป 40 วัน ชูมาและเครื่องจักรของเขาได้บรรลุผลงานได้ในระดับเดียวกับที่อาชูเหนื่อยมา 3 ปี

อาชูหมดท่า เขาทุ่มเทเวลาเป็นปีๆ นั่งยกหินหนักๆ ในขณะที่ชูมาสร้างเครื่องจักรให้ทำงานแทนเขา  อาชูยังคงใช้แรงงานอย่างหนักต่อไป ในขณะที่ชูมาก็แค่ออกแรงขยับเครื่องจักรของเขา
ภาพจาก pixabay.com
ผ่านไป 8 ปี ชูมาก็สร้างพีระมิดเสร็จเมื่ออายุ 26 เขาใช้เวลา 3 ปีไปกับการสร้างระบบ และอีก 5 ปีเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของระบบ ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่พึงพอใจเป็นอย่างมากและได้ประทานรางวัลตามสัญญา พระองค์แต่งตั้งชูมาเป็นกษัตริย์ และมอบความร่ำรวยให้ ชูมาไม่ต้องทำงานอีกเลยหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน อาชูก็ยังคงทำวิธีเดิมๆต่อไป ยกหิน เสียเวลาและเงินทองไปกับการสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง น่าเสียดายที่อาชูไม่ยอมรับว่ากลยุทธ์ของเขาผิดพลาด และยังคงทนทำวิธีเดิมๆต่อไป ยกหินหนักๆ จนยกไม่ไหว แล้วก็ไปเสริมสร้างร่างกายเพื่อจะยกได้หนักขึ้นอีก

การละเลยในเรื่องนี้ ทำให้อาชูเสียเวลาเหนื่อยทั้งชีวิต เขาสร้างพีระมิดตามสัญญาที่ให้ไว้กับฟาโรห์ไม่สำเร็จ เพียงเพราะเขาเลือกที่จะทำงานหนักด้วยตัวเอง ทั้งๆที่เขาควรสร้างระบบขึ้นมาแทน อาชูหัวใจวายและเสียชีวิตไปตอนกำลังสร้างพีระมิดชั้นที่ 12 เหลืออีก 2 ชั้นเขาก็จะสำเร็จ เขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสความร่ำรวยมหาศาลจากสัญญาของกษัตริย์ฟาโรห์ที่จะมอบให้

ในขณะเดียวกัน ชูมาได้เกษียณจากการทำงานเร็วขึ้น 40 ปีและมีชีวิตที่สุขสบาย เมื่อมีเวลาเหลือ ชูมาก็ใฝ่หาความรู้จนกลายเป็นบัณฑิตที่ยิ่งใหญ่ และนักประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จของอียิปต์ ศพของเขาได้รับการฝังข้างกันกับฟาโรห์ในพีระมิดที่เราสร้าง

สรุปที่ผมจะมาเล่าจากนิทานเรื่องนี้ คือ
การทำงานของอาชูมุ่งเน้นไปที่ "งาน" ซึ่งหมายถึงการทำอะไรด้วยตัวเอง 100% ส่วนชูมามุ่งไปที่ "การสร้างระบบ"มาทำงานแทนตัวเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มพลังทวีย่นระยะเวลาในการสร้างพีระมิดให้เสร็จเร็วขึ้นและเหนื่อยน้อยที่สุด ที่สำคัญเมื่อสร้างระบบมาทำงานแทนเขาแล้ว เวลาที่เหลือของชูมาก็สามารถเอาไปพัฒนาตัวเอง หรือทำในสิ่งที่อยากทำได้

ขอขอบคุณหนังสือ : The Millionaire Fastlane
หวังว่าทุกคนจะได้เเนวคิดจากนิทานเรื่องนี้มาปรับใช้กับชีวิตครับ
สามารถติดตามได้อีกทาง : www.blockdit.com/birdbox



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กลยุทธ์คุณตัน รวยแล้วถอย..เขาเรียกว่ารวยจริง!

คนที่เงินเดือนสูง เพราะเขานั่งรอให้เงินเดือนขึ้น?

เรียกผมว่า "โรเบิร์ต" EP.3