เรียนต่อ "ปริญญาโท-เอก" ดีมั้ย?

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่าน! สามารถเข้าไปฟังได้ทาง YouTube : เรียนต่อ "ปริญญาโท-เอก" ดีมั้ย?
หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์นะครับ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยนะครับกับการอยู่ในสังคมทุกวันนี้ สมัยก่อนจบปริญญาตรีก็พอแล้ว เดี๋ยวนี้ปริญญาโทยังไม่พอ ต้องจบปริญญาเอก(ขนาดปริญญาเอกเดี๋ยวนี้ยังเกลื่อนเลย!) พอเอาเข้าจริงๆ บางคนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยดังๆมาแล้ว กลับ "ตกอับ" ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตก็มีถมไป(ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปไวมาก ผมคิดว่าการศึกษาในระบบเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในโลกปัจจุบันและอนาคต...ผู้เขียนบล็อค) 

ผมว่าหลายคนอาจหลงประเด็น นึกว่าเรียนสูงหรือจบมหาวิทยาลัยดังๆ จะเป็นตัวการันตีว่าเราจะประสบความสำเร็จ

แต่มันไม่ใช่! เพราะแท้จริงแล้วการเรียนก็เป็นเพียง "บัตรผ่านประตู" ที่เราจะได้เข้าไปสู่โอกาส แต่หลังจากผ่านประตูเข้าไปแล้ว มันอยู่ที่ตัวคุณว่าจะเดินไปสู่ความสำเร็จได้หรือเปล่า

แล้วไอ้ "บัตรผ่านประตู" ที่ผมพูดถึง มันจะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้หรือเปล่า?

ตรงนี้ผมต้องถามกลับว่า "แล้วความสำเร็จที่คุณต้องการมันคืออะไร?" ถ้าคุณตอบว่า "ความร่ำรวยมหาศาลคือสิ่งที่ฉันต้องการ" ผมตอบได้ทันทีเลยว่า "บัตรผ่านที่คุณมี มันกำลังนำคุณไปผิดห้อง!" เพราะการเรียนในระดับสูงๆในมหาวิทยาลัยชื่อดังมักจะนำคุณไปสู่ "ความไม่เสี่ยง" นั่นก็คือ "งานที่มั่นคงและเงินเดือนสูง"

สิ่งนี้กลายเป็นตัวผูกมัดและทำให้คุณก้าวไปไม่ถึง "จุดหมายแห่งความมั่นคั่ง" ที่หวังไว้ เพราะโลกทุนนิยมจะให้รางวัลแก่ความเสี่ยง และลงโทษความมั่นคง(ไม่เสี่ยง)

ผมยกตัวอย่าง ถ้าคุณเอาเงินไปฝากธนาคาร(มั่นคงสูงมาก) เงินก้อนนี้ไม่มีทางเพิ่มพูนให้ผลตอบแทนอะไรมากมาย กลับกัน ถ้าคุณเอาเงินไปลงทุนในหุ้น คุณก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงมาก หรือไม่ก็ขาดทุนได้เช่นกัน

นี่แหละคือ "ความท้าทายในโลกทุนนิยม" ทุกอย่างถูกแปรเปลี่ยนและวัดค่าเป็นเงิน ดังนั้นการเรียนจบสูงๆ จากสถาบันดีๆ อาจทำให้คุณได้งานมั่นคง เงินเดือนเป็นแสน แต่ถ้าคุณเอาเงินนั้นฝากธนาคาร(ไม่เสี่ยง) คุณก็ไม่สามารถมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านได้

หนทางเดียวที่จะพาคุณไปสู่ความมั่งคั่งก็คือ "ความเสี่ยง"

ความเสี่ยงมีหลายระดับ ยิ่งคุณมีประสบการณ์มากขึ้น ความเสี่ยงก็จะลดลง จึงมีหลายคนพูดว่า "เขาสามารถลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง บนความเสี่ยงที่ต่ำได้"

ทีแรกผมก็ถึงกับงงว่านี่มันขัดกับหลักของ "ทุนนิยม"นี่หว่า มันมีด้วยเรอะ?

ปรากฎว่ามีครับ มันก็คือ "การลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ ในภาวะที่ไม่แน่นอนสูง" 

เพราะไม่ว่าการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือนอกตลาด แต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านได้

ดังนั้นความรู้ที่ทำให้คุณมั่งคั่ง ก็คือความรู้ที่จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่ากิจการใดมีความเสี่ยงต่ำ และในช่วงเวลาใดกำลังมีความไม่แน่นอนสูง

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีสอนในตำรา เพราะคนอย่างอาจารย์เองก็ไม่ได้มีความสามารถในการวิเคราะห์ตรงนี้เลย

จึงไม่แปลกที่ว่า "ประสบการณ์และความล้มเหลวต่างหาก" ที่เป็นบันไดพาเราไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริง

แกะเพิ่ม

ผมว่าคนส่วนใหญ่วิ่งไปผิดทาง เพราะเราถูกกรอบความคิดและค่านิยมของสังคมจำกัดให้เราคิดเหมือนๆกัน ทำเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ก็เลยออกมาเหมือนๆกัน  คนส่วนใหญ่เลยไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง

ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ใช่ผมไม่สนับสนุนให้เรียนสูงๆนะ เพราะการเรียนมันเป็นแต้มต่อและเป็นเครื่องป้องกันความตกอับ เพราะสุดท้ายหากเราทำธุรกิจไม่สำเร็จ การมีปริญญาก็ยังทำให้เราไปเป็นลูกจ้างเขาได้

ผมเจอกับตัวเองโดยตรง อย่างน้อยผมก็จบปริญญาตรี ดังนั้นพอกิจการร้านอาหารที่ออสเตรเลียที่ผมทำไม่รอด ผมก็ถอยกลับไปเป็นลูกจ้างได้ วันนี้ผมเริ่มทำกิจการของตัวเอง พร้อมๆกับการเป็นลูกจ้างไปด้วย ก็ถือเป็นการขยายโอกาสบนความเสี่ยงที่น้อยลง

แต่ท้ายที่สุด ใบปริญญาก็แค่ "บัตรผ่านประตู"
ตัวเราครับที่สำคัญที่สุด

ขอขอบคุณหนังสือ แกะรอยหยักสมอง 1 : รู้แล้วรวย
หากต้องการให้ปรับส่วนไหน คอมเม้นไว้เลย! เพื่อผมจะได้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ
สามารถติดตามได้ทาง : www.blockdit.com/birdbox


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กลยุทธ์คุณตัน รวยแล้วถอย..เขาเรียกว่ารวยจริง!

คนที่เงินเดือนสูง เพราะเขานั่งรอให้เงินเดือนขึ้น?

เรียกผมว่า "โรเบิร์ต" EP.3