"จีน" กับ "อินเดีย" โตแบบไหนดีกว่า?

ถ้าเทียบ 2 ประเทศนี้ ผมชอบจีนมากกว่า เพราะถึงแม้จีนจะมีความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมาก แต่ก็ไม่เท่ากับอินเดีย เพราะเนื่องจากจีนถูกควบคุมโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ดังนั้นการใช้รัฐบาลเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีอำนาจจึงไม่มากนัก ต่างจากอินเดียที่คนรวยยิ่งรวย เพราะการคอรัปชั่นทำได้ง่าย  ส่งผลให้เกิดสองมาตรฐานแบบสังคมไทย (แต่อินเดียแย่กว่า เพราะนอกจากฐานะที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วแล้ว ยังมีชนชั้นวรรณะที่แบ่งแยกกันแบบสุดขั้วอีกด้วย)
อินเดีย
ถ้ามองถึงการพัฒนาที่แท้จริง ผมคิดว่าตัวเงินหรือความร่ำรวย มันเป็นสิ่งที่จับไม่ได้ ลองนึกภาพสิว่าคุณมีเงินหมื่นล้าน แต่อยู่ในชนบท จะช้อปปิ้งก็ไม่มีอะไรให้ช้อป ถนนก็เป็นดิน คุณจะซื้อเฟอร์รารี่มาก็ไม่มีถนนวิ่ง รอบข้างคุณมีแต่สลัม ไฟฟ้าก็ไม่ค่อยจะมี ผมถามหน่อยว่าไอ้เงินหมื่นล้านคุณจะเอาไปใช้อะไร

นั่นแหละสภาพที่แท้จริงของคนอินเดียที่ร่ำรวย แต่ไม่มีที่ใช้ ก็เลยต้องย้ายทุนออกนอกประเทศ ไปลงทุนที่อื่น เพราะในประเทศมีแต่ข้อจำกัดมากมายทุกเรื่อง
เซินเจิ้น-ประเทศจีน
ต่างกับจีนที่เอาความมั่งคั่งมาสร้างเป็น infrastructure(โครงสร้างพื้นฐาน) เป็นถนน ประปา ไฟฟ้า การขนส่ง สนามบิน รถไฟ เรียกว่าสร้างสิ่งจับต้องได้ ความร่ำรวยของจีนจึงเป็นอะไรที่ "จับต้องได้" ส่วนความร่ำรวยของอินเดีย "เหมือนรวยกระดาษ" ซึ่งถ้าถามว่าผมเลือกอะไร ผมว่าแบบจีนดีกว่ามาก เพราะเอาเงินไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถึงจะมีปัญญา ก็ยังมีสิ่งที่สร้างไว้แล้ว เช่น ถนนและสาธารณูปโภคหลงเหลืออยู่ แต่ถ้ามีปัญญาอะไรเกิดขึ้นอินเดียจะเหลือแต่ความว่างเปล่า

ตรงนี้ผมว่าเป็นจุดที่เตือนสติได้ดี เพราะหากเราร่ำรวยอยู่คนเดียว ในขณะประเทศยังยากจน "มันก็ไร้ค่า!"

แกะเพิ่ม

ผมว่าประเด็นนี้สะท้อนภาพความมั่งคั่งในอดีต และการแย่งชิงความร่ำรวยในอดีตแบบปากกัดตีนถีบ ใครชนะก็ตีรวบผูกขาด ซึ่งมันไม่น่าเวิร์ค เพราะสถิติมันบอกแล้วว่าการทำแบบนี้มันอยู่ได้แค่ 2 เจเนอเรชั่น 

แนวคิดความมั่งคั่งในยุคใหม่จึงสร้างให้คนรอบข้างรวยไปด้วย เหมือน บิว เกตส์ หรือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่สุดท้ายก็เอาความร่ำรวยมาแจกจ่ายในรูปแบบความท้าทาย นั่นคือ มาลองดูว่าเงินจำนวนเท่ากันจะสร้างประโยชน์ได้มากสุดเท่าไหร่? นับเป็นการท้าทายองค์กรการกุศลเดิมๆมาก เพราะคนเหล่านี้ทำได้ดีกว่าจริงๆ

ผมว่าสุดท้ายแล้วคนเรากลับมาที่ความสุข การบริโภคสุดโต่ง ใช้ของหรูหรา และการกินอาหารราชา สุดท้ายมันก็แค่นั้นแหละ ผมว่าจริงๆ ความสุขที่มากกว่ามันเกิดจากการ "ให้" แต่ต้องให้บนฐานที่เรามีเพียงพอนะ และไม่จำเป็นต้องให้เงิน  ผมว่าสิ่งแรกก็คือ "ความรู้" และ "โอกาส" แต่ทั้งความรู้และโอกาสมันต้องใช้คู่กัน เพราะถ้าโอกาสมาแต่ความรู้ไม่ถึง ก็ใช้ไม่ได้ หรือมีความรู้แต่ไม่มีโอกาส ก็ยากที่จะแสดงฝีมือ 

เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่เก่งขึ้นเยอะ ผมเจอนักธุรกิจรุ่นใหม่หลายๆคน ที่มีแนวคิดแบบ win-win มากกว่าการกินรวบ เพราะเขาคงเห็นจุดจบของการกินรวบแล้วว่าไม่มีใครจบสวยสักคน


ขอขอบคุณหนังสือ แกะรอยหยักสมอง 1 : รู้แล้วรวย
หากต้องการให้ปรับปรุงส่วนไหน คอมเม้นไว้เลย! เพื่อผมจะได้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ
สามารถติดตามได้ทาง : www.blockdit.com/birdbox

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กลยุทธ์คุณตัน รวยแล้วถอย..เขาเรียกว่ารวยจริง!

คนที่เงินเดือนสูง เพราะเขานั่งรอให้เงินเดือนขึ้น?

เรียกผมว่า "โรเบิร์ต" EP.3